วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

บริจาคเหมือนซอฮาบะห์หรือป่าว




ครั้งหนึ่งท่านนบีกล่าวถึงท่านอบูบักรว่า “คนที่ช่วยฉันมากที่สุดทั้งความเป็นเพื่อนและทรัพย์สินก็คืออบูบักร 
ถ้าหากฉันจะเอาใครเป็นเพื่อนสนิทที่สุด (เคาะลีล) นอกเหนือจากพระเจ้าของฉันแล้ว ฉันก็จะเลือกอบูบักร 
แต่สิ่งที่ผูกพันเราไว้ก็คือความเป็นพี่น้องและความเป็นเพื่อนแห่งอิสลาม ประตูของมัสญิดจะถูกปิดนอกไปจากประตูของอบูบักร 
ท่านอุมัรเล่าว่า “ฉันมีทรัพย์สินอยู่จำนวนหนึ่ง ฉันคิดอยู่ในใจของฉันเองว่าครั้งแล้วครั้งเล่าที่อบูบักรขึ้นนำหน้าฉันในการใช้จ่ายเพื่อหนทางของอัลลอฮฺในสงครามตะบูก ดังนั้นด้วยความกรุณาของอัลลอฮฺ ฉันจะขอขึ้นนำหน้าเขาบ้างในวันนี้ เพราะฉันมีอะไรบางอย่างที่จะให้ ดังนั้น ฉันจึงได้กลับไปบ้านด้วยอารมณ์ดี ฉันแบ่งทรัพย์สินของฉันออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน ส่วนหนึ่งฉันทิ้งไว้ให้ครอบครัวของฉันและอีกส่วนหนึ่งจะไปให้ท่านรอซูลุลลอฮฺ
ท่านรอซูลุลลอฮฺถามฉันว่าฉันเหลืออะไรไว้ให้ครอบครัวบ้างหรือเปล่า? ฉันตอบรับ ท่านจึงถามว่าเท่าใด? ฉันตอบว่าครึ่งหนึ่ง ในตอนนั้น อบูบักรผ่านมาพร้อมกับมีสิ่งของบนหลังอูฐ ปรากฏว่าเขาได้นำเอาทุกสิ่งที่เขามีอยู่ทั้งหมดมาให้ ฉันได้ยินท่านรอซูลุลลอฮฺถามอบูบักรว่า
เขาเหลืออะไรไว้ให้ครอบครัวของเขาบ้าง อบูบักรตอบว่าเขาเหลืออัลลอฮฺและนบีของพระองค์ไว้สำหรับพวกเขา” ในวันนั้นเองที่อุมัรยอมรับว่าเขาไม่สามารถที่จะขึ้นนำหน้าอบูบักรได้

นี่เป็นสิ่งที่เกินขึ้นในสมัยนบี คนยุคอยากเราล่ะ เสียสละทรัพย์สินในหนทางของอัลลอฮบ้างหรอป่าว อย่าเป็นคนตระนี่ถี่เหนียว เพราะอัลลอฮไม่รักคนที่ตระนี่ถี่เหนียว
คุณบริจาคจากไปในหนทางของอัลลอฮ อัลลอฮก็จะเพิ่มริสกีของคุณอีกหลายเท่าคุณจะไม่เอาหรอ

มาบริจาคในหนทางของอัลลอฮเป็นกิจวัตนะคับพี่น้อง^^

///////////////////////////////////////////////////

อาบน้ำละหมาด




จากอุสมาน บิน อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมได้กล่าวว่า
«مَنْ تَوَضَّأَ فَأَحْسَنَ الوُضُوءَ خَرَجَتْ خَطَايَاهُ مِنْ جَسَدِهِ حَتَّى تَـخْرُجَ مِنْ تَـحْتِ أَظْفَارِهِ»

ความว่า :ผู้ใดที่อาบน้ำละหมาด ด้วยลักษณะที่ดีที่สุด มวลบาปของเขาจะหลุดออกจากตัวเขา จนแม้กระทั่งบาปที่อยู่ใต้เล็บของเขา” (บันทึกโดยมุสลิม หะดีษที่ 245)


เรื่องเล่าจากสวรรค์



แน่นอนกาลเวลาที่ยาวนานได้เกิดขึ้นแก่มนุษย์ เมื่อเขามิได้เป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึงเลย แท้จริงเราได้สร้างมนุษย์จากน้ำเชื้อผสมหยดหนึ่ง เพื่อเราได้ทดสอบเขา ดังนั้นเราจึงทำให้เขาเป็นผู้ได้ยิน เป็นผู้ได้เห็น แท้จริงเราได้ชี้แนะแนวทางให้แก่เขาแล้ว บางทีเขาก็เป็นผู้กตัญญู และบางทีเขาก็เป็นผู้เนรคุณแท้จริงเราได้เตรียมโซ่ตรวน และกุญแจมือ และไฟที่ลุกโชติช่วงไว้สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา แท้จริงบรรดาผู้ทรงคุณธรรมนั้น จะได้ดื่มจากแก้วน้ำ ซึ่งผสมด้วยการบูรหอม เป็นตาน้ำพุที่ปวงบ่าวของอัลลอฮฺจะได้ดื่ม พวกเขาทำให้มันพวยพุ่งออกมาอย่างล้นเหลือ พวกเขาปฏิบัติตามคำสัตย์สาบาน และกลัวต่อวันหนึ่งที่ความชั่วร้ายของมันจะกระจายไปทั่ว และพวกเขาให้อาหารเนื่องด้วยความรักต่อพระองค์แก่คนยากจน เด็กกำพร้าและเชลยศึก (พวกเขากล่าวว่า) แท้จริงเราให้อาหารแก่พวกท่าน โดยหวังความโปรดปรานของอัลลอฮฺ เรามิได้หวังการตอบแทนและการขอบคุณจากพวกท่านแต่ประการใด แท้จริงเรากลัวต่อพระเจ้าของเราซึ่งเป็นวันแห่งหน้านิ่วคิ้วขมวดและแสนสาหัส ดังนั้น อัลลอฮฺจะทรงปกป้องพวกเขาให้พ้นจากความชั่วร้ายของวันนั้น และจะทรงให้พวกเขาพบกับความสดชื่นและความปิติ และพระองค์จะทรงตอบแทนแก่พวกเขาด้วยสวนสวรรค์ และอาภรณ์ไหมแพรเนื่องเพราะพวกเขาอดทน นอนเอกเขนก อยู่บนเก้าอี้นวมยาวในสวนสวรรค์ พวกเขาจะไม่พบเห็นแสงอาทิตย์ และความเหน็บหนาว และร่มเงาของสวนสวรรค์จะปกคลุมพวกเขาอย่างใกล้ชิด และผลไม่ในสวนสวรรค์ถูกโน้มต่ำลงมาใกล้พวกเขา และมีภาชนะที่ทำด้วยเงิน และแก้วน้ำที่ทำด้วยแก้วใสถูกวนเวียนรอบๆพวกเขา แก้วที่ทำด้วยเงินโดยพวกเขาจะเติมมันตามสัดส่วนที่พวกเขาต้องการ และในสวนสวรรค์นั้นพวกจะได้รับเครื่องดื่มจากแก้วซึ่งผสมด้วยขิง ในสวนสวรรค์มีตาน้ำพุที่มีชื่อว่า ซัลสะบีล และมีเด็กวัยรุ่นวนเวียนรอบๆ พวกเขา เมื่อเจ้าเห็นพวกเขา เจ้าคิดว่าพวกเขาเป็นไข่มุกที่เรียงราย และเมื่อเจ้ามองไปยังที่นั่นเจ้าจะพบแต่ความสุข และอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาล บนพวกเขามีอาภรณ์สีเขียวทำด้วยผ้าไหมละเอียด และผ้าไหมหยาบ และถูกประดับด้วยกำไลเงิน และพระเจ้าของพวกเขาจะทรงให้พวกเขาได้ดื่มเครื่องดื่มอันบริสุทธิ์ยิ่ง แท้จริงนี่คือ การตอบแทนแก่พวกเจ้า และการบากบั่นของพวกเจ้านั้นเป็นที่ยอมรับด้วยความยินดี แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานให้แก่เจ้าเป็นขั้นตอน ดังนั้น เจ้าจงอดทนคอยข้อตัดสินของพระเจ้าของเจ้า และอย่าเชื่อฟังผู้ประพฤติชั่ว และผู้ปฏิเสธศรัทธาคนใดในหมู่พวกเขา และจงรำลึกถึงพระนามของพระเจ้าของเจ้าทั้งในยามเช้าและยามเย็น และจากส่วนหนึ่งของกลางคืนก็จงสุญดต่อพระองค์ และจงแซ่ซ้องสดุดีพระองค์ ในยามกลางคืนอันยาวนาน แท้จริง ชนเหล่านี้ (พวกปฏิเสธศรัทธา) รักชีวิตชั่วคราว และปล่อยทิ้งวันอันหนักหน่วงไว้เบื้องหลังพวกเขา
เราได้บังเกิดพวกเขา และเราได้ทำให้เรือนร่างของพวกเขามั่นคงแข็งแรง และหากเราประสงค์ เราก็จะเปลี่ยนพวกอื่นเยี่ยงพวกเขา แท้จริง นี่คือข้อตักเตือนสติ ดังนั้นผู้ใดต้องการก็ให้เขายึดแนวทางสู่พระเจ้าของเขา แต่พวกเจ้าจะไม่สมความปรารถนาได้ เว้นแต่ที่อัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ พระองค์จะทรงให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เข้าสู่ความเมตตาของพระองค์ แต่บรรดาผู้อธรรมนั้น พระองค์ทรงเตรียมการลงโทษอันเจ็บปวดไว้สำหรับพวกเขา

จากสูเราะอัลอินซาน (Al-Insan)

อัลกุอานของฉัน



อัลลอฮ์ ตรัสไว้ว่า
{ إِنَّ هَـذَا الْقُرْآنَ يِهْدِي لِلَّتِي هِيَ أَقْوَمُ وَيُبَشِّرُ الْمُؤْمِنِينَ
الَّذِينَ يَعْمَلُونَ الصَّالِحَاتِ أَنَّ لَهُمْ أَجْرًا كَبِيرًا}
“แท้จริง อัลกุรอานนี้นำสู่ทางที่เที่ยงตรงยิ่ง และแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่ประกอบความดีทั้งหลายว่า สำหรับพวกเขานั้นจะได้รับการตอบแทนอันยิ่งใหญ่”
(สูเราะฮฺ อัล-อิสรออฺ :9)


การอ่านอัลกุรอานเป็นสิ่งที่อิสลามกำชับและส่งเสริมอย่างยิ่ง โดยได้กำหนดผลบุญมากมายไว้ เช่นที่ท่านเราะซูล ได้กล่าวไว้ว่า
" اقْرَؤُوْا الْقُرْآنَ فَإِنَّهُ يَأْتِى يَوْمَ الْقِيَامَةِ شَفِيْعًا لأَصْحَابِهِ "
ความว่า “พวกท่านจงอ่านอัลกุรอานเถิด เพราะในวันกิยามะฮ์มันจะคอยให้ความช่วยเหลือแก่มิตรสหาย(คือผู้ที่อ่านมัน)”
(รายงานโดยมุสลิม)

ท่านได้กล่าวอีกว่า
" مَنْ قَرَأَ حَرْفًا مِن كِتَابِ اللهِ فَلَهُ حَسَنَةٌ وَالْحَسَنَة بِعَشْرِ أَمْثَالِهَا لاَ أَقُوْلُ : آلم حَرْفٌ، وَلكِن : أَلِفُ حَرْفٌ، وَلاَمٌ حَرْفٌ، وَمِيْمٌ حَرْفٌ"
ความว่า “ผู้ใดที่อ่านอัลกุรอานหนึ่งตัวอักษรเขาจะได้รับหนึ่งความดีงาม โดยหนึ่งความดีงามนั้นจะเพิ่มทวีคูณเป็นสิบเท่า
ฉันไม่ได้บอกว่า อลิฟ ลาม มีม เป็นหนึ่งอักษร แต่อลิฟ เป็นหนึ่งอักษร ลาม เป็นหนึ่งอักษร มีม ก็เป็นอีกหนึ่งอักษร”
(รายงานโดยอัต-ติรมิซีย์ เลขที่2921)

นอกจากนี้การอ่านอัลกุรอานจะช่วยให้จิตใจสงบ ความศรัทธาในใจเพิ่มพูนดังที่อัลลอฮ์ ได้ตรัสไว้ว่า
{ وَإِذَا تُلِيَتْ عَلَيْهِمْ آيَاتُهُ زَادَتْهُمْ إِيمَانًا }
ความว่า “และ(ผู้ศรัทธานั้น)เมื่อใดบรรดาอายะฮ์ต่างๆของพระองค์ถูกอ่านแก่พวกเขาแล้ว จะทำให้ศรัทธาของพวกเขาเพิ่มพูนขึ้น”
(สูเราะฮฺ อัล-อันฟาล :2)

ท่านนะบี ได้กล่าวไว้อีกว่า
" إِنَّ اللهَ يَرْفَعُ بِهذَا الكِتَابِ أَقْوَامًا وَيَضَعُ أَقْوَامًا بِهِ آخَرِيْنَ "
ความว่า “ แท้จริงอัลลอฮฺจะทรงยกระดับบางกลุ่มชนให้สูงส่งด้วยคัมภีร์ ( อัลกุรอานนี้ เนื่องจากพวกเขา ปฏิบัติตามคำสอนของมัน)
และจะทรงให้บางกลุ่มชนตกต่ำด้วยคัมภีร์ ( อัลกุรอานนี้ )เช่นกัน ( เนื่องจากพวกเขาไม่ปฏิบัติตามมัน)"
( รายงานโดย มุสลิม )

ดังนั้นแล้วสิ่งที่ต้องทำหลังจากอ่านบทความนี้ หาเวลาอ่านกรุอาน...... และอ่านอย่างจริงๆจังๆเสียที..... ไม่เช่นนั้นแล้ว การชะฟาอะห์(การช่วยเหลือ) ก็จะไม่มีในวันกิยามะฮ์ ........วันที่ไม่มีใครที่จะช่วยใครได้ นอกจากสิ่งที่ได้กระทำไว้บนโลกดุลยา....แห่งนี้

ให้สลามกันนะ่



อบู ฮุร็อยเราะฮฺ -เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮฺ- เล่าว่าท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮฺ วะสัลลัม- ได้กล่าวว่า : 

« وَالَّذِى نَفْسِى بِيَدِهِ لاَ تَدْخُلُون الْجَنَّةَ حَتَّى تُؤْمِنُوا وَلاَ تُؤْمِنُوا حَتَّى تَحَابُّوا، أَلاَ أَدُلُّكُمْ عَلَى شَىْءٍ إِذَا فَعَلْتُمُوهُ تَحَابَبْتُمْ؟ أَفْشُوا السَّلاَمَ بَيْنَكُمْ » مسلم برقم 54]

ความว่า : “ขอสาบานกับพระผู้ซึ่งชีวิตของฉันอยู่พระหัตถ์ของพระองค์ว่า พวกท่านย่อมไม่ได้เข้าสรวงสวรรค์จนกว่าจะศรัทธา และพวกท่านย่อมไม่บรรลุถึงแก่นศรัทธาจนกว่าจะรักกัน เอาไหมล่ะ ฉันจะบอกสิ่งหนึ่งซึ่งหากพวกท่านปฏิบัติ พวกท่านจะมีความรักต่อกัน? นั่นคือ จงแพร่กระจายการให้สลามในหมู่พวกท่าน” 

(เศาะฮีหฺมุสลิม เล่มที่ 1 หน้า 74 หมายเลข 54 )

เพลงเสียงซัยฏอน




หลักฐานที่1. พระองค์อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ว่า “ และในหมู่มนุษย์นั้นมีผู้ซื้อคำพูดที่ไร้สาระเพื่อทำให้ผู้คนหลงไปจากทางของอัลลอฮฺ และถือเอาเป็นเรื่องขับขัน สำหรับพวกเหล่านี้คือการลงโทษอันอัปยศยิ่ง “
(สูเราะฮฺที่31 : 6)
หลักฐานที่ 2. ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ จะมีกลุ่มหนึ่งจากประชาชาติของฉันโดยพวกเขาจะทำให้เรื่องการทำซินา, ผ้าไหม, สุรา และอัลมะอฺาซิฟกลายเป็นสิ่งหะลาล (สิ่งซึ่งศาสนาอนุมัติให้กระทำ) “บันทึกโดยบุคอรีย์
หมายเหตุ คำว่า “ อัลมะอฺาซิฟ “ ในภาษาอฺรับหมายถึง
1. เครื่องดนตรี
2. เสียงของเครื่องดนตรี (หรือเสียงเพลงนั่นเอง)
3. การร้องเพลงประกอบเครื่องดนตรี

หลักฐานที่ 3. ท่านรสูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ แท้จริงอัลลอฮฺทรงห้ามประชาชาติของฉันในเรื่องสุรา, การพนัน, มิซร์ (เครื่องดื่มที่หมักจากข้าวโพด), กูบะฮฺ (กลอง), และกินนีน (กีต้าร์อฺรับชนิดหนึ่ง) โดยพระองค์ยังเพิ่มการนมาซวิตร์ให้แก่ฉันอีก “ (บันทึกโดยอะหฺมัด เชคอัลบานีย์ ถือว่าหะดีษข้างต้นเศาะหี้หฺ)

วิธีเปลี่ยน
เครื่องเล่น mp 3ที่มีกันเกือบทุกคนนั้น ลองเอาไฟล์บรรยายศาสนา มาใส่ฟังแทนค่ะ
ฟังไปสักระยะ ก็จะซึมเข้าสู่หัวใจเราเอง
เป็นการกระตุ้นอีหม่านและศรัทธาให้กลับมาแทน
ฟังกุรอาน mp 3ก็มี จากหลายๆอิหม่ามด้วยกัน เลือกเอาตามสะดวก
ในรถ ที่บ้าน จะเอากุรอานใส่ไว้ในเครื่องเล่นหรือเอาซีดีบรรยายศาสนามาใส่ได้ หากช่วงเวลานั้นไม่มีรายการวิทยุภาคมุสลิม

กระตุ้นศรัทธาคืนมา
บางครั้งถึงกับต้องหลั่งน้ำตาเพราะรู้สึกว่าที่ผ่านมานั้น
เราทำผิดไว้มากมายหากไม่มีเสียงเหล่านี้ตักเตือนเราอาจจะหลงทางไปเรื่อยๆ
เราต้องอยู่ในสังคมนี้ ยึดหลักให้มั่นแล้วเราจะไม่เป็นผู้หลงทางค่ะ
ส่วนใครที่ ไม่มีเพื่อนมุสลิม ตั้งแต่เรียนจนทำงาน
แต่เราต้องอยู่ให้ได้
ให้ขอดุอาให้มีเพื่อนพี่น้องมุสลิมที่ศรัทธามาเป็นเพื่อนเรา และเราก็ต้องพยายามเสาะหาเพื่อนมุสลิมด้วย
พยายามมีกลุ่ม(ญะมาอะฮฺ) เพื่อจะได้อยู่ได้ด้วยใจแข็งแรงขึ้น เพราะพี่น้องมุสลิมจะช่วยตักเตือนเรา ช่วยฉุดรั้งเรา หากเราจะออกจากหนทาง
*และผู้ใดที่เชื่อฟังอัลลอฮ์ และร่อซู้ลแล้วชนเหล่านี้จะอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ทรงกรุณาเมตตาแก่พวกเขา อันได้แก่บรรดานบี บรรดาผู้ที่เชื่อโดยดุษฏี บรรดาผู้ที่เสียชีวิตในสงคราม และบรรดาผู้ที่ประพฤติดี และชนเหล่านี้แหละเป็นเพื่อนที่ดี[กุรอาน อันนิสาอฺ 4:69]

และเราต้องได้รับการทดสอบจากพระเจ้าเสมอ แม้คุณจะกล่าวว่าศรัทธาในพระเจ้าแล้วก็ตาม 

การตอบรับดุอาอ์



เมื่อการขอดุอาอ์เป็นไปด้วยเงื่อนไขต่างๆ ของมันอย่างครบถ้วน เมื่อนั้นอัลลอฮฺก็จะทรงกำหนดให้เกิดผลอย่างหนึ่งอย่างใดในประการต่างๆ เหล่านี้ คือ 1) พระองค์จะทรงตอบรับดุอาอ์นั้นทันที หรือ 2) พระองค์จะทรงไม่ตอบรับทันที แต่จะทรงให้มันล่าช้า เพื่อให้บ่าวของพระองค์ได้วอนขอต่อพระองค์ให้มากขึ้นด้วยการร้องไห้และนอบน้อม หรือ 3) จะทรงประทานสิ่งอื่นให้ที่เป็นประโยชน์ต่อเขามากกว่าสิ่งที่เขาขอ หรือ 4) จะทรงขจัดภัยอย่างอื่นให้เขาแทนสิ่งที่เขาขอ หรือ 5) จะทรงเก็บไว้เพื่อประทานให้เขาในวันกิยามะฮฺ อัลลอฮฺเท่านั้นที่ทรงรู้ดีว่าอันไหนเป็นประโยชน์ต่อบ่าวของพระองค์มากที่สุด ดังนั้น เราจึงไม่ควรรีบร้อนต้องการเห็นผลของดุอาอ์ทันทีทันใด อัลลอฮฺตรัสว่า
ความว่า "แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงบรรลุในกิจการของพระองค์ โดยแน่นอนสำหรับทุกสิ่งอย่างนั้นอัลลอฮฺทรงกำหนดกฎสภาวะไว้แล้ว" (อัฏ-เฏาะลาก 3)
ความว่า "และเมื่อบ่าวของข้าถามเจ้าถึงข้าแล้วละก็ (จงตอบเถิดว่า)แท้จริงและข้าอยู่ใกล้ ข้าจะตอบรับคำวิงวอนของผู้ที่วิงวอนเมื่อเขาวิงวอนต่อข้า ดังนั้น พวกเขาจงตอบรับข้าเถิดและจงศรัทธาต่อข้า เพื่อว่าพวกเขาจะได้อยู่ในทางที่ถูกต้อง" (อัล-บะเกาะเราะฮฺ 186)

ดูเพิ่มเติมhttp://www.krualee.com/index.php?option=com_content&view=article&id=127%3Adua&catid=51%3Aislam-online