วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

ดุอาอ์ขณะสุญูดของท่านนบี







เมื่อผู้ละหมาดได้ทำการสุญูดอย่างสงบนิ่งแล้ว สุนนะฮฺให้ผู้ละหมาดกล่าวดุอาอฺขณะสุญูด โดยให้เลือกกล่าวดุอาอ์บทใดบทหนึ่งต่อไปนี้สลับกันไป เพื่อรักษาไว้ซึ่งสุนนะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม โดยให้กล่าว 3 ครั้ง หรือมากกว่านั้น



ดุอาอ์ขณะสุญูดบทที่ 1



กล่าวว่า




ซุบฮาน่าร็อบบิยัลอะอฺลา



ความหมาย



มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์อัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่งยิ่ง

(เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 1291 และท่านอื่นๆ)



ดุอาอ์ขณะสุญูดบทที่ ๒



กล่าวว่า




ซุบบูฮุน กุดดูซุน ร็อบบุล ม่าลาอิก้าติ วัรฺรูหฺ



ความหมาย

ผู้บริสุทธิ์ ผู้จำเริญยิ่ง พระผู้อภิบาลแห่งมลาอิกะฮฺ และญิบรีล

(เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 1037 และท่านอื่นๆ)



ดุอาอ์ขณะสุญูดบทที่ 3



กล่าวว่า




ซุบฮาน่ากัลลอฮุมม่า ร็อบบ้านา ว่าบิฮัมดิก้า อัลลอฮุมมัฆฟิรฺ ลีย์



ความหมาย

มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์อัลลอฮฺ โอ้อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลของเรา และการสรรเสริญเป็นสิทธิ์แด่พระองค์ โอ้อัลลอฮฺขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษให้แก่ฉันด้วยเถิด

(เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกโดยบุคอรีย์ หะดิษเลขที่ 4585 มุสลิม หะดิษเลขที่ 746 และท่านอื่นๆ)



ดุอาอ์ขณะสุญูดบทที่ 4



กล่าวว่า




อัลลอฮุมมัฆฟิรฺ ลีย์ ซันบีย์ กุลล่าฮู ดิกกี้ฮี ว่า ญิลล่าฮู ว่า เอาว่าล่าฮู ว่า อาคิร่อฮู ว่า อ้าลานี่ย้าต้าฮู ว่า ซิรฺร่อฮู



ความหมาย

โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษในความผิด ของฉันทั้งหมด ทั้งความผิดเล้กน้อย ความผิดใหญ่หลวง ความผิดในครั้งแรก ความผิดในครั้งสุดท้าย ความผิดในที่แจ้ง และความผิดในที่ลับก็ตาม (เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกหะดิษโดยมุสลิม หะดิษเลที่ 745 และอบูดาวูด หะดิษเลขที่ 744)



ดุอาอ์ขณะสุญูดบทที่ 5



กล่าวว่า




อัลลอฮุมมัฆฟิรฺ ลีย์ มา อัสร็อรฺตุ ว่า มา อะอฺลันตุ



ความหมาย

โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงอภัยโทษ ให้แก่แก่ฉันในสิ่งที่ฉันซ่อนเร้น และสิ่งที่ฉันเปิดเผยด้วยเถิด (เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกหะดิษโดยนะซาอีย์ หะดิษเลขที่ 1112)



ดุอาอ์ขณะสุญูดบทที่ 6



กล่าวว่า




อัลลอฮุมม่า ล่าก้า ซ่าญัดตุ ว่า บิก้า อามันตุ ว่า บิก้า อามันตุ ว่า ล่าก้า อัสสลัมตุ ซ่าญ้าด้า วัญฮิย่า ลิ้ลล่าซี ค่อล่าก้อฮู ว่า เซาว่าร่อฮู ว่า ชักก้อ ซัมอ้าฮู ว่า บ้าศ่อร่อฮู ต้าบาร่อกัลลอฮุ อะหฺซ่านุลคอลิกีน



ความหมาย

โอ้อัลลอฮฺ ฉันสุญูดต่อพระองค์ ฉันศรัทธาต่อพระองค์ และฉันยอมจำนนต่อพระองค์ ซึ่งใบหน้าของฉันสุญูดต่อผู้ซึ่งได้สร้างใบหน้านั้นขึ้นมา และทำให้เป็นรุปร่าง มีการได้ยิน และการเห็น พระองค์ทรงมีความจำเริญยิ่ง ผู้ซึ่งดีเยี่ยมในหมู่ผู้สร้างทั้งหลาย (เป็นหะดิษเศาะเฮียะฮฺ บันทึกหะดิษโดยมุสลิม หะดิษเลขที่ 1290)





สำหรับดุอาอ์ สำนวนต่อไปนี้






ซุบฮ่าร็อบบิยัล อะอฺลา ว่าบิฮัมดิฮี



ความหมาย



มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์อัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่งยิ่ง และการสรรเสริญเป็นสิทธ์แด่พระองค์





นักวิชาการหะดิษได้ตรวจสอบหะดิษบทนี้ ถือเป็นหะดิษฎออิฟ เช่นเดียวกับดุอาอ์ขณะรุกัวะอฺ เพราะเป็นหะดิษบทเดียวกัน ดังนี้



หะดิษบทนี้ ที่บันทึกโดยอบูดาวูด หะดิษเลขที่ 736 มี 2 สายรายงาน คือ รายงานที่ 1 จากอัรรอเบียะอ์ และมูซา สายที่ 2 จาก อะห์หทัด บิน ยูนุส



สายรายงาน คือ รายงานที่ 1 จากอัรรอเบียะอ์ และมูซา ไม่ได้รายงานคำว่า วะบิฮัมดิฮีระบุอยู่ด้วย

สำหรับรายงานสายที่ 2 จาก อะห์หทัด บิน ยูนุส มีคำรายงาน วะบิฮัมดิฮีระบุอยู่ด้วย



สายรายงานดังกล่าว ผู้รายงานมีความสับสนในการกล่าวถึงผู้ที่เขาอ้างอิง คือ อัลลัยซ์ อิบนุ ซะอด์ ได้กล่าวถึงผู้ที่เขาอ้างคำรายงาน โดยกล่าวว่า อัยยูบ บิน มูซา หรือมู บินอัยยูบ จึงไม่ชัดเจนว่าสายงานนี้รายงานมาจากใครกันแน่ นัดวิชาการหะดิษได้ตรวจสอบแล้วว่า ผู้ที่อัลลัยซ์ ได้ฟังมาจริงนั้นก็คือ มูซา บิน อัยยูบ บินอามิร อัลฆอฟิกีย์ อัลมัศรีย์ เสียชีวิต ฮ.ศ.153



มูซา บิน อัยยูบ อัลฆอฟิกีย์ คือผู้รายงานจากลุงของเขา จากอาลี ซึ่งอิบนุ มะอีน ได้ปฏิเสธหะดิษของเขาทั้งที่เขาได้รับความน่าเชื่อ



ผู้รายงานที่ชื่อมูซา บิน อัยยูบ รายงานว่า เขาได้ฟังเรื่องนี้มาจากชายคนหนึ่งในกลุ่มชนของเขา ซึ่งกรณีนี้ขาดเงื่อนไขของหะดิษศอเฮียะฮฺ และหะซัน เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า ชายผู้หนึ่งที่เขากล่าวถึงคือใคร มีสถานะเป็นเช่นไร ในภาษาหะดิษเรียกว่า มุบฮัม ซึ่งต่างกับมัจฮูล ที่รู้ชื่อแต่ไม่ประวัติ แต่มุบฮัม นั้น ไม่รู้ทั้งชื่อ และไม่รูประวัติ ทั้ง มุบฮัม และมัจฮูล จัดอยู่ในประเภทหะดิษฎออิฟ ไม่สามารถนำมาอ้างเป็นหลักฐานได้


วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แปรงฟัน

มาแปรงฟันเหมือนนบีเรากัน



มาแปรงฟันก่อนละหมาดกันพี่น้อง... เพราะนบีเราแปรงฟันทุกครั้งก่อนละหมาด





วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

บริจาคเหมือนซอฮาบะห์หรือป่าว




ครั้งหนึ่งท่านนบีกล่าวถึงท่านอบูบักรว่า “คนที่ช่วยฉันมากที่สุดทั้งความเป็นเพื่อนและทรัพย์สินก็คืออบูบักร 
ถ้าหากฉันจะเอาใครเป็นเพื่อนสนิทที่สุด (เคาะลีล) นอกเหนือจากพระเจ้าของฉันแล้ว ฉันก็จะเลือกอบูบักร 
แต่สิ่งที่ผูกพันเราไว้ก็คือความเป็นพี่น้องและความเป็นเพื่อนแห่งอิสลาม ประตูของมัสญิดจะถูกปิดนอกไปจากประตูของอบูบักร 
ท่านอุมัรเล่าว่า “ฉันมีทรัพย์สินอยู่จำนวนหนึ่ง ฉันคิดอยู่ในใจของฉันเองว่าครั้งแล้วครั้งเล่าที่อบูบักรขึ้นนำหน้าฉันในการใช้จ่ายเพื่อหนทางของอัลลอฮฺในสงครามตะบูก ดังนั้นด้วยความกรุณาของอัลลอฮฺ ฉันจะขอขึ้นนำหน้าเขาบ้างในวันนี้ เพราะฉันมีอะไรบางอย่างที่จะให้ ดังนั้น ฉันจึงได้กลับไปบ้านด้วยอารมณ์ดี ฉันแบ่งทรัพย์สินของฉันออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน ส่วนหนึ่งฉันทิ้งไว้ให้ครอบครัวของฉันและอีกส่วนหนึ่งจะไปให้ท่านรอซูลุลลอฮฺ
ท่านรอซูลุลลอฮฺถามฉันว่าฉันเหลืออะไรไว้ให้ครอบครัวบ้างหรือเปล่า? ฉันตอบรับ ท่านจึงถามว่าเท่าใด? ฉันตอบว่าครึ่งหนึ่ง ในตอนนั้น อบูบักรผ่านมาพร้อมกับมีสิ่งของบนหลังอูฐ ปรากฏว่าเขาได้นำเอาทุกสิ่งที่เขามีอยู่ทั้งหมดมาให้ ฉันได้ยินท่านรอซูลุลลอฮฺถามอบูบักรว่า
เขาเหลืออะไรไว้ให้ครอบครัวของเขาบ้าง อบูบักรตอบว่าเขาเหลืออัลลอฮฺและนบีของพระองค์ไว้สำหรับพวกเขา” ในวันนั้นเองที่อุมัรยอมรับว่าเขาไม่สามารถที่จะขึ้นนำหน้าอบูบักรได้

นี่เป็นสิ่งที่เกินขึ้นในสมัยนบี คนยุคอยากเราล่ะ เสียสละทรัพย์สินในหนทางของอัลลอฮบ้างหรอป่าว อย่าเป็นคนตระนี่ถี่เหนียว เพราะอัลลอฮไม่รักคนที่ตระนี่ถี่เหนียว
คุณบริจาคจากไปในหนทางของอัลลอฮ อัลลอฮก็จะเพิ่มริสกีของคุณอีกหลายเท่าคุณจะไม่เอาหรอ

มาบริจาคในหนทางของอัลลอฮเป็นกิจวัตนะคับพี่น้อง^^

///////////////////////////////////////////////////

อาบน้ำละหมาด




จากอุสมาน บิน อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมได้กล่าวว่า
«مَنْ تَوَضَّأَ فَأَحْسَنَ الوُضُوءَ خَرَجَتْ خَطَايَاهُ مِنْ جَسَدِهِ حَتَّى تَـخْرُجَ مِنْ تَـحْتِ أَظْفَارِهِ»

ความว่า :ผู้ใดที่อาบน้ำละหมาด ด้วยลักษณะที่ดีที่สุด มวลบาปของเขาจะหลุดออกจากตัวเขา จนแม้กระทั่งบาปที่อยู่ใต้เล็บของเขา” (บันทึกโดยมุสลิม หะดีษที่ 245)


เรื่องเล่าจากสวรรค์



แน่นอนกาลเวลาที่ยาวนานได้เกิดขึ้นแก่มนุษย์ เมื่อเขามิได้เป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึงเลย แท้จริงเราได้สร้างมนุษย์จากน้ำเชื้อผสมหยดหนึ่ง เพื่อเราได้ทดสอบเขา ดังนั้นเราจึงทำให้เขาเป็นผู้ได้ยิน เป็นผู้ได้เห็น แท้จริงเราได้ชี้แนะแนวทางให้แก่เขาแล้ว บางทีเขาก็เป็นผู้กตัญญู และบางทีเขาก็เป็นผู้เนรคุณแท้จริงเราได้เตรียมโซ่ตรวน และกุญแจมือ และไฟที่ลุกโชติช่วงไว้สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา แท้จริงบรรดาผู้ทรงคุณธรรมนั้น จะได้ดื่มจากแก้วน้ำ ซึ่งผสมด้วยการบูรหอม เป็นตาน้ำพุที่ปวงบ่าวของอัลลอฮฺจะได้ดื่ม พวกเขาทำให้มันพวยพุ่งออกมาอย่างล้นเหลือ พวกเขาปฏิบัติตามคำสัตย์สาบาน และกลัวต่อวันหนึ่งที่ความชั่วร้ายของมันจะกระจายไปทั่ว และพวกเขาให้อาหารเนื่องด้วยความรักต่อพระองค์แก่คนยากจน เด็กกำพร้าและเชลยศึก (พวกเขากล่าวว่า) แท้จริงเราให้อาหารแก่พวกท่าน โดยหวังความโปรดปรานของอัลลอฮฺ เรามิได้หวังการตอบแทนและการขอบคุณจากพวกท่านแต่ประการใด แท้จริงเรากลัวต่อพระเจ้าของเราซึ่งเป็นวันแห่งหน้านิ่วคิ้วขมวดและแสนสาหัส ดังนั้น อัลลอฮฺจะทรงปกป้องพวกเขาให้พ้นจากความชั่วร้ายของวันนั้น และจะทรงให้พวกเขาพบกับความสดชื่นและความปิติ และพระองค์จะทรงตอบแทนแก่พวกเขาด้วยสวนสวรรค์ และอาภรณ์ไหมแพรเนื่องเพราะพวกเขาอดทน นอนเอกเขนก อยู่บนเก้าอี้นวมยาวในสวนสวรรค์ พวกเขาจะไม่พบเห็นแสงอาทิตย์ และความเหน็บหนาว และร่มเงาของสวนสวรรค์จะปกคลุมพวกเขาอย่างใกล้ชิด และผลไม่ในสวนสวรรค์ถูกโน้มต่ำลงมาใกล้พวกเขา และมีภาชนะที่ทำด้วยเงิน และแก้วน้ำที่ทำด้วยแก้วใสถูกวนเวียนรอบๆพวกเขา แก้วที่ทำด้วยเงินโดยพวกเขาจะเติมมันตามสัดส่วนที่พวกเขาต้องการ และในสวนสวรรค์นั้นพวกจะได้รับเครื่องดื่มจากแก้วซึ่งผสมด้วยขิง ในสวนสวรรค์มีตาน้ำพุที่มีชื่อว่า ซัลสะบีล และมีเด็กวัยรุ่นวนเวียนรอบๆ พวกเขา เมื่อเจ้าเห็นพวกเขา เจ้าคิดว่าพวกเขาเป็นไข่มุกที่เรียงราย และเมื่อเจ้ามองไปยังที่นั่นเจ้าจะพบแต่ความสุข และอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาล บนพวกเขามีอาภรณ์สีเขียวทำด้วยผ้าไหมละเอียด และผ้าไหมหยาบ และถูกประดับด้วยกำไลเงิน และพระเจ้าของพวกเขาจะทรงให้พวกเขาได้ดื่มเครื่องดื่มอันบริสุทธิ์ยิ่ง แท้จริงนี่คือ การตอบแทนแก่พวกเจ้า และการบากบั่นของพวกเจ้านั้นเป็นที่ยอมรับด้วยความยินดี แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานให้แก่เจ้าเป็นขั้นตอน ดังนั้น เจ้าจงอดทนคอยข้อตัดสินของพระเจ้าของเจ้า และอย่าเชื่อฟังผู้ประพฤติชั่ว และผู้ปฏิเสธศรัทธาคนใดในหมู่พวกเขา และจงรำลึกถึงพระนามของพระเจ้าของเจ้าทั้งในยามเช้าและยามเย็น และจากส่วนหนึ่งของกลางคืนก็จงสุญดต่อพระองค์ และจงแซ่ซ้องสดุดีพระองค์ ในยามกลางคืนอันยาวนาน แท้จริง ชนเหล่านี้ (พวกปฏิเสธศรัทธา) รักชีวิตชั่วคราว และปล่อยทิ้งวันอันหนักหน่วงไว้เบื้องหลังพวกเขา
เราได้บังเกิดพวกเขา และเราได้ทำให้เรือนร่างของพวกเขามั่นคงแข็งแรง และหากเราประสงค์ เราก็จะเปลี่ยนพวกอื่นเยี่ยงพวกเขา แท้จริง นี่คือข้อตักเตือนสติ ดังนั้นผู้ใดต้องการก็ให้เขายึดแนวทางสู่พระเจ้าของเขา แต่พวกเจ้าจะไม่สมความปรารถนาได้ เว้นแต่ที่อัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ พระองค์จะทรงให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เข้าสู่ความเมตตาของพระองค์ แต่บรรดาผู้อธรรมนั้น พระองค์ทรงเตรียมการลงโทษอันเจ็บปวดไว้สำหรับพวกเขา

จากสูเราะอัลอินซาน (Al-Insan)

อัลกุอานของฉัน



อัลลอฮ์ ตรัสไว้ว่า
{ إِنَّ هَـذَا الْقُرْآنَ يِهْدِي لِلَّتِي هِيَ أَقْوَمُ وَيُبَشِّرُ الْمُؤْمِنِينَ
الَّذِينَ يَعْمَلُونَ الصَّالِحَاتِ أَنَّ لَهُمْ أَجْرًا كَبِيرًا}
“แท้จริง อัลกุรอานนี้นำสู่ทางที่เที่ยงตรงยิ่ง และแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่ประกอบความดีทั้งหลายว่า สำหรับพวกเขานั้นจะได้รับการตอบแทนอันยิ่งใหญ่”
(สูเราะฮฺ อัล-อิสรออฺ :9)


การอ่านอัลกุรอานเป็นสิ่งที่อิสลามกำชับและส่งเสริมอย่างยิ่ง โดยได้กำหนดผลบุญมากมายไว้ เช่นที่ท่านเราะซูล ได้กล่าวไว้ว่า
" اقْرَؤُوْا الْقُرْآنَ فَإِنَّهُ يَأْتِى يَوْمَ الْقِيَامَةِ شَفِيْعًا لأَصْحَابِهِ "
ความว่า “พวกท่านจงอ่านอัลกุรอานเถิด เพราะในวันกิยามะฮ์มันจะคอยให้ความช่วยเหลือแก่มิตรสหาย(คือผู้ที่อ่านมัน)”
(รายงานโดยมุสลิม)

ท่านได้กล่าวอีกว่า
" مَنْ قَرَأَ حَرْفًا مِن كِتَابِ اللهِ فَلَهُ حَسَنَةٌ وَالْحَسَنَة بِعَشْرِ أَمْثَالِهَا لاَ أَقُوْلُ : آلم حَرْفٌ، وَلكِن : أَلِفُ حَرْفٌ، وَلاَمٌ حَرْفٌ، وَمِيْمٌ حَرْفٌ"
ความว่า “ผู้ใดที่อ่านอัลกุรอานหนึ่งตัวอักษรเขาจะได้รับหนึ่งความดีงาม โดยหนึ่งความดีงามนั้นจะเพิ่มทวีคูณเป็นสิบเท่า
ฉันไม่ได้บอกว่า อลิฟ ลาม มีม เป็นหนึ่งอักษร แต่อลิฟ เป็นหนึ่งอักษร ลาม เป็นหนึ่งอักษร มีม ก็เป็นอีกหนึ่งอักษร”
(รายงานโดยอัต-ติรมิซีย์ เลขที่2921)

นอกจากนี้การอ่านอัลกุรอานจะช่วยให้จิตใจสงบ ความศรัทธาในใจเพิ่มพูนดังที่อัลลอฮ์ ได้ตรัสไว้ว่า
{ وَإِذَا تُلِيَتْ عَلَيْهِمْ آيَاتُهُ زَادَتْهُمْ إِيمَانًا }
ความว่า “และ(ผู้ศรัทธานั้น)เมื่อใดบรรดาอายะฮ์ต่างๆของพระองค์ถูกอ่านแก่พวกเขาแล้ว จะทำให้ศรัทธาของพวกเขาเพิ่มพูนขึ้น”
(สูเราะฮฺ อัล-อันฟาล :2)

ท่านนะบี ได้กล่าวไว้อีกว่า
" إِنَّ اللهَ يَرْفَعُ بِهذَا الكِتَابِ أَقْوَامًا وَيَضَعُ أَقْوَامًا بِهِ آخَرِيْنَ "
ความว่า “ แท้จริงอัลลอฮฺจะทรงยกระดับบางกลุ่มชนให้สูงส่งด้วยคัมภีร์ ( อัลกุรอานนี้ เนื่องจากพวกเขา ปฏิบัติตามคำสอนของมัน)
และจะทรงให้บางกลุ่มชนตกต่ำด้วยคัมภีร์ ( อัลกุรอานนี้ )เช่นกัน ( เนื่องจากพวกเขาไม่ปฏิบัติตามมัน)"
( รายงานโดย มุสลิม )

ดังนั้นแล้วสิ่งที่ต้องทำหลังจากอ่านบทความนี้ หาเวลาอ่านกรุอาน...... และอ่านอย่างจริงๆจังๆเสียที..... ไม่เช่นนั้นแล้ว การชะฟาอะห์(การช่วยเหลือ) ก็จะไม่มีในวันกิยามะฮ์ ........วันที่ไม่มีใครที่จะช่วยใครได้ นอกจากสิ่งที่ได้กระทำไว้บนโลกดุลยา....แห่งนี้

ให้สลามกันนะ่



อบู ฮุร็อยเราะฮฺ -เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮฺ- เล่าว่าท่านนบี-ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮฺ วะสัลลัม- ได้กล่าวว่า : 

« وَالَّذِى نَفْسِى بِيَدِهِ لاَ تَدْخُلُون الْجَنَّةَ حَتَّى تُؤْمِنُوا وَلاَ تُؤْمِنُوا حَتَّى تَحَابُّوا، أَلاَ أَدُلُّكُمْ عَلَى شَىْءٍ إِذَا فَعَلْتُمُوهُ تَحَابَبْتُمْ؟ أَفْشُوا السَّلاَمَ بَيْنَكُمْ » مسلم برقم 54]

ความว่า : “ขอสาบานกับพระผู้ซึ่งชีวิตของฉันอยู่พระหัตถ์ของพระองค์ว่า พวกท่านย่อมไม่ได้เข้าสรวงสวรรค์จนกว่าจะศรัทธา และพวกท่านย่อมไม่บรรลุถึงแก่นศรัทธาจนกว่าจะรักกัน เอาไหมล่ะ ฉันจะบอกสิ่งหนึ่งซึ่งหากพวกท่านปฏิบัติ พวกท่านจะมีความรักต่อกัน? นั่นคือ จงแพร่กระจายการให้สลามในหมู่พวกท่าน” 

(เศาะฮีหฺมุสลิม เล่มที่ 1 หน้า 74 หมายเลข 54 )